สารบัญ
การขายต้นไม้ออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ฉันเริ่มทดลองเพื่อสร้างรายได้จากสวนที่บ้าน โดยใช้ต้นเดหลีและพลูด่างเป็นสินค้าหลัก ฉันเริ่มจากการขายผ่าน Shopee ก่อนทดลองใช้ Facebook Marketplace โดยไม่ได้ซื้อโฆษณา บทความนี้จะแบ่งปันประสบการณ์จริง ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ ค่าธรรมเนียม การแพ็กและส่งต้นไม้ ไปจนถึงการนัดหมายให้ลูกค้ามารับสินค้าด้วยตัวเอง
Selling plants online has become one of the ways I am exploring additional income from my home garden. I started with Shopee before trying Facebook Marketplace, without purchasing advertisements. In this article, I share my real experiences with orders, fees, packaging, delivery, and customer collection.
Selling Plants on Shopee and Facebook Marketplace Without Paid Ads: My Real Experience
ฉันมีต้นไม้ที่ปลูกและดูแลอยู่ที่บ้าน และเริ่มมองหาวิธีเปลี่ยนความชอบเรื่องต้นไม้ให้กลายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าร้านแบบเต็มรูปแบบ
ช่วงที่ผ่านมา ฉันได้ทดลองขายต้นไม้ผ่านสองช่องทาง คือ Shopee และ Facebook Marketplace สิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่ใช่แค่ว่าขายต้นไม้ได้กี่ต้น แต่รวมถึงวิธีหาลูกค้า การแพ็กสินค้า การส่งมอบ และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละช่องทาง
บทความนี้เป็นบันทึกจากประสบการณ์ของฉันเอง ตัวเลขและผลลัพธ์ที่เล่าจึงเป็นเพียงกรณีศึกษาจากการขายจริง ไม่ใช่คำรับประกันว่าทุกคนจะได้ผลเหมือนกัน
I grow and care for plants at home, and I have been exploring ways to turn my interest in plants into an additional source of income without opening a conventional shop.
I started experimenting with two online channels: Shopee and Facebook Marketplace. Along the way, I learned about finding customers, packaging, delivery, and the different costs involved in each selling method.
This article is a record of my own experience, not a promise that everyone will achieve the same results.
1. เริ่มต้นขายต้นเดหลีผ่าน Shopee
Starting with Peace Lilies on Shopee

ภาพหน้าจอจากระบบวิเคราะห์สินค้าของร้านบน Shopee แสดงผลการขายต้นเดหลีเลี้ยงน้ำพร้อมกระถาง ราคา 259 บาท มียอดขายสะสม 6 ต้น ยอดเข้าชมสะสม 110 ครั้ง และยอดขาย 2 ต้นในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ใช้ประกอบบทความแบ่งปันประสบการณ์ขายต้นไม้ออนไลน์ของ IntiraC
หนึ่งในสินค้าที่ฉันนำมาขายคือ ต้นเดหลีเลี้ยงน้ำพร้อมกระถาง ซึ่งลงประกาศบน Shopee ในราคา 259 บาทต่อต้น
จากข้อมูลในร้าน สินค้านี้มียอดขายสะสม 6 ต้น และในช่วง 30 วันที่ตรวจสอบ มียอดขาย 2 ต้น ฉันไม่ได้ซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตสินค้าเหล่านี้
การมีคำสั่งซื้อเข้ามาทำให้ฉันดีใจ แต่หลังจากขายได้ ฉันก็เริ่มเห็นว่าราคาที่ลูกค้าจ่ายไม่ใช่จำนวนเงินที่ผู้ขายจะได้รับทั้งหมด
One of the products I listed on Shopee was a water-grown peace lily with a pot, priced at 259 baht.
At the time I checked the listing, it had recorded six cumulative sales, including two during the previous 30 days. I had not purchased advertising to promote the product.
Receiving orders was encouraging, but I soon learned that the listed selling price was not the same as the amount I would actually receive.
2. ขายได้ 518 บาท แต่ได้รับเงินจริง 430 บาท
A 518-Baht Sale, but 430 Baht Received

ฉันมีคำสั่งซื้อเดหลีจำนวน 2 ต้น รวมราคาขาย 518 บาท เมื่อหักค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และส่วนต่างค่าจัดส่งตามรายการของ Shopee แล้ว ยอดเงินที่ได้รับคือ 430 บาท
นั่นหมายความว่ามีเงินถูกหักจากยอดขายรวม 88 บาท หรือประมาณ 17%
และเรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะฉันต้องเตรียมต้นไม้ แพ็กลงกล่อง ใช้วัสดุป้องกันความเสียหาย และดำเนินการส่งพัสดุด้วยตัวเอง ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้หายไปเพียงเพราะระบบแสดงยอดเงินที่โอนให้แล้ว
ฉันจึงเริ่มเข้าใจชัดขึ้นว่า ยอดขายไม่ใช่รายรับหลังหักค่าธรรมเนียม และรายรับหลังหักค่าธรรมเนียมก็ยังไม่ใช่กำไร
For one order of two peace lilies, the total selling price was 518 baht. After platform fees, service charges, and a shipping adjustment, I received 430 baht.
The deductions amounted to 88 baht, approximately 17% of the selling price.
I also had to prepare and package the plants myself. Boxes, protective materials, and the work involved in shipping were additional costs.
This taught me an important distinction: sales revenue, the amount paid out by a platform, and actual profit are three different things.
3. ทดลองลงขายใน Facebook Marketplace
Trying Facebook Marketplace
หลังจากนั้น ฉันได้ทดลองลงประกาศขายต้นเดหลีใน Facebook Marketplace โดยไม่ได้ซื้อโฆษณาเช่นเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจคือ มีคนสนใจส่งข้อความเข้ามาสอบถามเรื่อย ๆ แม้ไม่ใช่ทุกคนที่ทักมาจะตัดสินใจซื้อ
จนถึงตอนที่เขียนบันทึกนี้ ฉันปิดการขายผ่าน Marketplace ได้จริง 2 ราย
ลูกค้ารายแรก ซื้อเดหลี 2 ต้น และเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ฉันจึงนำต้นไม้ไปส่งให้ด้วยตัวเอง
ลูกค้ารายที่สอง เป็นชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย เขาขับรถมารับเดหลี 4 ต้นที่บ้าน และเมื่อได้เห็นต้นไม้อื่น ๆ ก็ซื้อพลูด่างพร้อมกระถางเพิ่มอีก 4 ต้น
รวมแล้ว การขายผ่าน Marketplace สองครั้งนี้ทำให้ฉันขายต้นไม้ได้ 10 ต้น แบ่งเป็นเดหลี 6 ต้น และพลูด่าง 4 ต้น
I also tried listing peace lilies on Facebook Marketplace without paying for advertising.
People began sending messages to ask about the plants. Not every enquiry became a sale, but I successfully completed two sales.
For the first customer, I personally delivered two peace lilies because the destination was nearby.
The second customer was a foreigner working in Thailand. He drove to my home to collect four peace lilies and decided to buy four additional potted pothos plants.
Altogether, these two Marketplace sales accounted for ten plants: six peace lilies and four pothos plants.
4. ลูกค้ามารับต้นไม้เอง ทำให้เห็นโอกาสใหม่
Discovering the Value of Local Pickup
การขายให้ลูกค้ารายที่สองเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฉันเริ่มมองพื้นที่บ้านในมุมใหม่
เดิมทีฉันคิดถึงการขายต้นไม้ออนไลน์ในลักษณะที่ต้องแพ็กใส่กล่องแล้วส่งพัสดุ แต่ครั้งนี้ลูกค้าขับรถมารับเอง และยังได้เลือกซื้อต้นไม้อื่นเพิ่มด้วย
ฉันเริ่มเห็นว่าการมีต้นไม้จัดแสดงอย่างเป็นระเบียบที่บ้าน อาจช่วยให้ลูกค้าที่นัดหมายมารับสินค้าได้เห็นตัวเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บ้านของฉันยังใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและทำธุรกิจที่พักด้วย ฉันจึงต้องวางระบบนัดหมายและกำหนดพื้นที่รับต้นไม้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นส่วนตัวและแขกที่เข้าพัก

ภาพจำลองประกอบประสบการณ์ขายต้นไม้ผ่าน Facebook Marketplace ซึ่งผู้เขียนปิดการขายได้จริง 2 ราย รวม 10 ต้น โดยไม่เผยแพร่บทสนทนาและข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า
The second Marketplace sale changed how I viewed my home as a potential plant-selling space.
Instead of packaging everything for courier delivery, I could arrange local collection by appointment. The customer could also see other available plants and make additional purchases.
Because my property is also my home and a guest accommodation business, any collection area needs to be carefully organized to respect privacy and avoid disturbing guests.
5. Facebook Marketplace ให้ลงขายฟรี แล้วแพลตฟอร์มได้อะไร?
Why Does Facebook Marketplace Allow Free Listings?
นี่เป็นคำถามที่ฉันสงสัยระหว่างทดลองขาย เพราะฉันไม่ได้ซื้อโฆษณา และในการซื้อขายสองครั้งที่ผ่านมา ฉันได้รับเงินเต็มจำนวนตามราคาที่ตกลงกับลูกค้า
การลงประกาศและติดต่อซื้อขายกันโดยตรงช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายกลับมาใช้งาน Facebook มากขึ้น ขณะที่ Meta มีรายได้หลักจากธุรกิจโฆษณา ผู้ขายบางรายก็เลือกจ่ายเงินเพื่อเพิ่มการมองเห็นประกาศ
สำหรับการขายของฉันในครั้งนี้ ไม่มีค่าคอมมิชชั่นที่ Marketplace หักจากเงินที่ลูกค้าจ่ายให้โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าการขายทุกรูปแบบบนแพลตฟอร์มจะไม่มีค่าธรรมเนียมเสมอไป
I was curious about why Facebook Marketplace allows people to post listings without paying.
In my two completed sales, customers paid me directly, and no Marketplace commission was deducted from those transactions.
Marketplace helps attract buyers and sellers to Facebook, while Meta’s broader business generates substantial revenue from advertising. However, fees and available services may differ depending on the transaction type and location.
6. Shopee หรือ Marketplace ช่องทางไหนคุ้มกว่ากัน?
Which Selling Channel Works Better?
จากประสบการณ์ที่มีอยู่ ฉันยังไม่คิดว่าควรตัดสินว่าช่องทางใดดีกว่าอย่างเด็ดขาด เพราะทั้งสองช่องทางมีข้อดีและภาระที่ต่างกัน
Shopee ช่วยให้ฉันรับคำสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ แต่ต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียม การแพ็กต้นไม้ และความเสี่ยงระหว่างขนส่ง
Facebook Marketplace ช่วยให้ฉันติดต่อกับผู้ซื้อที่สามารถนัดรับหรือให้ฉันนำไปส่งได้โดยตรง การขายสองครั้งที่ผ่านมายังไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากแพลตฟอร์ม แต่ถ้าฉันนำสินค้าไปส่งเอง ก็ยังมีต้นทุนการเดินทางและเวลาที่ใช้
ส่วนกรณีที่ลูกค้ามารับเอง นอกจากจะช่วยลดงานแพ็กพัสดุแล้ว ยังเกิดการซื้อสินค้าเพิ่มเติมด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ฉันไม่เคยเห็นชัดเท่านี้มาก่อน
I am not ready to declare one platform better than the other.
Shopee offers a structured online ordering and delivery process, but fees and packaging costs must be considered.
Facebook Marketplace has allowed me to arrange direct sales and local collection. Although no platform commission was deducted from my two sales, personal delivery still involves time and travel expenses.
The most interesting discovery was that a customer collecting plants in person also purchased additional products.
7. สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากการเริ่มต้นเล็ก ๆ
What I Have Learned So Far
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้หลายอย่าง
- การขายได้ไม่ได้หมายความว่าจะมีกำไรมาก ต้องรู้ต้นทุนของตัวเอง
- การมีคนทักมาสอบถามเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังไม่ใช่ยอดขายจนกว่าจะตกลงซื้อขายสำเร็จ
- การขายต้นไม้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีจัดส่งแบบเดียวเสมอไป
- การให้ลูกค้ามารับสินค้าตามนัด อาจสร้างโอกาสขายสินค้าอื่นเพิ่มเติม
- การเริ่มทดลองด้วยสินค้าจำนวนไม่มาก ช่วยให้ฉันเรียนรู้ระบบก่อนขยายธุรกิจ
ฉันยังอยู่ระหว่างเรียนรู้ ไม่ได้มีร้านต้นไม้ขนาดใหญ่ และไม่ได้มียอดขายจำนวนมาก แต่การที่ลูกค้าค้นพบต้นไม้ของฉันผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วตัดสินใจซื้อจริง ทำให้ฉันเห็นความเป็นไปได้ของการสร้างรายได้จากสวนที่บ้าน
สำหรับฉัน นี่ไม่ใช่เรื่องของการขายต้นไม้ได้เพียงไม่กี่ต้น แต่เป็นการเริ่มสร้างระบบเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างสิ่งที่ฉันปลูก สิ่งที่ฉันชอบทำ และลูกค้าที่กำลังมองหาต้นไม้เหล่านั้น
I am still learning. I do not run a large plant shop, and my sales numbers are still modest.
But these experiences have shown me that a small home-based plant business can begin with simple online listings, genuine customer conversations, and practical delivery arrangements.
For me, this is not only about selling a few plants. It is about gradually connecting the things I grow and enjoy with people who want to bring those plants into their own homes.
— IntiraC.
สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขายสินค้า สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน Facebook Marketplace ได้จาก ศูนย์ช่วยเหลือ Facebook และศึกษาระบบการขายสินค้าผ่าน Shopee Seller Centre โดยควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเริ่มขาย
